บทที่ 4 เลขาของท่านประธาน
ตอนที่ 4. เลขาของท่านประธาน
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อน ๆ สาดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนของแพรวพรรณ หญิงสาวยืนอยู่หน้ากระจกในชุดทำงานเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกระโปรงทรงสุภาพ ผมยาวถูกรวบขึ้นอย่างเรียบร้อยเธอมองตัวเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่ง วันนี้เป็นวันแรกที่เธอต้องเข้าไปทำงานในบริษัทของครอบครัววรากร
ในฐานะ...เลขานุการขององศา แพรวพรรณสูดหายใจเข้าลึก ๆ
“ไม่เป็นไรแพรว” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ
“ก็แค่ทำงาน” สิ่งที่ยากไม่ใช่งาน แต่คือการต้องทำงานกับผู้ชายที่ประกาศกับเธอเมื่อวานว่าเขาเกลียดเธอหญิงสาวเดินลงมาชั้นล่าง แต่เมื่อมาถึงห้องอาหาร เธอก็พบว่าองศานั่งอยู่ก่อนแล้วชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีเข้ม กำลังอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ
แพรวพรรณชะงักเล็กน้อย ทั้งสองสบตากันแต่ไม่มีใครพูดอะไรจนคุณย่าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยขึ้น
“แพรว มานั่งกินข้าวก่อนลูก”
“ค่ะคุณย่า”
หญิงสาวเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามองศา ป้าสายยกอาหารมาเสิร์ฟ
“วันนี้คุณแพรวต้องเข้าไปบริษัทพร้อมคุณองศาใช่ไหมคะ?”
“ค่ะ”
องศาวางเอกสารลง “ไม่ต้อง”
แพรวพรรณเงยหน้าขึ้น “คะ?”
“เธอไปเอง”
“แต่คุณย่าบอกว่า...”
“ฉันมีงาน”
“ฉันก็มีงานค่ะ”
องศามองเธอ “งั้นก็ไปเอง”
แพรวพรรณนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“ได้ค่ะ”
คุณย่ามองหลานชายอย่างไม่พอใจ
“องศา”
“ครับ?”
“เลขาของประธานบริษัทควรไปทำงานพร้อมประธานไม่ใช่เหรอ?”
ชายหนุ่มเงียบ
“หรือหลานกลัวว่าอยู่กับแพรวแล้วจะทำงานไม่ได้?”
“ไม่ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็พาแพรวไปด้วย”
องศาถอนหายใจ “ครับ”
แพรวพรรณก้มหน้ากินข้าวต่อ เธอไม่ได้พูดอะไรอีกไม่นานทั้งสองก็เดินออกจากบ้านพร้อมกัน
ระหว่างทางไม่มีบทสนทนาเกิดขึ้นแม้แต่ประโยคเดียวจนกระทั่งรถมาจอดหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ องศาก้าวลงจากรถก่อน แพรวพรรณลงตามมาสายตาของพนักงานหลายคนมองมายังทั้งคู่บางคนมองด้วยความสงสัยบางคนกระซิบคุยกันเพราะทุกคนรู้ดีว่า...
วันนี้คือวันที่คุณองศา วรากรกลับมารับตำแหน่งประธานบริษัทอย่างเป็นทางการ และผู้หญิงที่เดินตามหลังเขา...คือเลขานุการคนใหม่ แพรวพรรณเดินเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับเขา
ประตูลิฟต์ปิดลงความเงียบกลับมาอีกครั้งจนองศาพูดขึ้น
“ในบริษัท เธอเรียกฉันว่าท่านประธาน”
“ค่ะ”
“อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงาน”
“ฉันก็คิดแบบนั้นค่ะ”
“ถ้ามีปัญหาเรื่องงาน ให้รายงานฉันโดยตรง”
“ค่ะ”
“แล้วก็อย่าใช้ชื่อคุณย่าเพื่อขออะไรจากฉัน”
แพรวพรรณหันมองเขา “ฉันไม่เคยทำแบบนั้น”
องศานิ่ง “ดี”
ลิฟต์เปิดออกเขาก้าวออกไปก่อน “ตามมา”
แพรวพรรณเดินตามเข้าไป เมื่อถึงห้องทำงาน องศาวางแฟ้มจำนวนหนึ่งลงบนโต๊ะของเธอ
“นี่คืองานทั้งหมดที่ต้องจัดการวันนี้”
แพรวพรรณเปิดแฟ้มดู เอกสารจำนวนมากจนแทบเต็มโต๊ะ
“ทั้งหมดนี้ภายในวันนี้เหรอคะ?”
“มีปัญหา?”
“ไม่มีค่ะ”
องศามองเธอ “แน่ใจ?”
“ค่ะ”
“ถ้าทำไม่ทันก็ยอมรับตรง ๆ”
แพรวพรรณเงยหน้าขึ้น “ฉันจะทำให้ทันค่ะ”
“ดี” องศาหันหลังกลับเข้าห้องทำงานของตัวเองแต่ก่อนประตูจะปิด เขาหันกลับมา
“อีกอย่าง”
“คะ?”
“ฉันไม่ต้องการเลขานุการที่เอาแต่ตามใจเจ้านาย”
“ถ้าเห็นว่าฉันทำอะไรผิด บอกได้”
แพรวพรรณมองเขาอย่างแปลกใจ “ค่ะ”
ประตูห้องทำงานปิดลงหญิงสาวก้มมองเอกสารตรงหน้าแล้วถอนหายใจเบา ๆ
“เริ่มงานวันแรกก็เอาเลยนะ...”
ตลอดช่วงเช้า แพรวพรรณแทบไม่ได้ลุกออกจากโต๊ะ
เธอตรวจเอกสารทีละฉบับจัดตารางประชุมตรวจข้อมูลการเดินทาง ประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ
รวมถึงจัดแฟ้มสำหรับการประชุมใหญ่ในช่วงบ่ายจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ใกล้เที่ยง เธอเดินเข้าไปในห้องประธานพร้อมแฟ้มเอกสาร
“ท่านประธานคะ”
องศาเงยหน้าขึ้น “อะไร?”
“เอกสารประชุมช่วงบ่ายค่ะ ฉันจัดเรียงตามลำดับให้แล้ว”
เขารับแฟ้มไปเปิดดูสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยเอกสารทุกอย่างถูกจัดไว้อย่างเป็นระบบ ข้อมูลสำคัญถูกทำเครื่องหมายเอาไว้ แม้แต่เอกสารที่เขายังไม่ได้อ่าน แพรวพรรณก็แยกออกมาให้เรียบร้อย
องศาเงยหน้ามองเธอ “ใครสอนเธอ?”
“อะไรคะ?”
“จัดเอกสารแบบนี้”
“ฉันเรียนบริหารมาค่ะ”
“แล้ว?”
“ตอนเรียนเคยฝึกงานกับบริษัทเอกชน”
องศาเงียบไปเขาปิดแฟ้ม “ออกไปได้”
“ค่ะ”
แพรวพรรณกำลังจะเดินออกไปแต่เสียงเขาดังขึ้นอีกครั้ง
“ทำดี”
หญิงสาวหยุดชะงักหันกลับมามองเขา องศาก้มอ่านเอกสารต่อเหมือนไม่ได้พูดอะไรแพรวพรรณยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
แล้วเดินออกไป ประตูปิดลง
องศานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเขามองแฟ้มเอกสารตรงหน้าอีกครั้งผู้หญิงคนนี้...ไม่ได้ทำงานแย่อย่างที่เขาคิด
และที่สำคัญ...เธอไม่ได้พยายามใช้ชื่อคุณย่าเพื่อเอาเปรียบเขาเลย
ชายหนุ่มเอนหลังพิงเก้าอี้ แต่ไม่นานก็ส่ายหน้า
“จะเก่งแค่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น”
เขาพยายามเตือนตัวเองทว่าเป็นครั้งแรก...ที่กำแพงความเกลียดชังในใจของเขาเริ่มมีรอยร้าวเล็ก ๆ โดยที่เจ้าตัวเองยังไม่รู้
ช่วงเย็น
แพรวพรรณเดินออกจากบริษัทเพียงลำพังองศายังคงมีประชุมต่อหญิงสาวมองนาฬิกา ก่อนจะเดินไปยังป้ายรถโดยสาร
เธอไม่ได้เรียกรถหรู ไม่ได้ใช้รถของบริษัทและไม่ได้ขอให้คนขับรถมารับ เธอใช้เงินเดือนของตัวเองเหมือนที่เคยทำมาตลอด
อีกด้านหนึ่ง...รถขององศากำลังออกจากอาคารแต่เมื่อรถผ่านหน้าบริษัท ชายหนุ่มเหลือบเห็นหญิงสาวที่กำลังยืนรอรถอยู่ริมถนนเขาขมวดคิ้ว
“ทำไมเธอยังไม่กลับ?”
คนขับรถหันมองกระจกหลัง “คุณแพรวเหรอครับ?”
“อืม”
“ให้ผมจอดรับไหมครับ?”
องศาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบ
“ไม่ต้อง”
รถเคลื่อนผ่านไปแต่หลังจากนั้นไม่กี่วินาที...องศากลับหันไปมองกระจกหลังอีกครั้ง หญิงสาวยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเขาขมวดคิ้วแน่น ไม่รู้ว่าทำไมภาพนั้นถึงติดอยู่ในหัว
ทั้งที่เขาบอกตัวเองมาตลอดว่า...
ผู้หญิงคนนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
และเขาไม่จำเป็นต้องสนใจว่าเธอจะกลับบ้านอย่างไร
แต่ในคืนนั้น...เป็นครั้งแรกที่องศากลับถึงบ้านแล้วถามป้าสายว่า
“แพรวกลับมาหรือยัง?”
ป้าสายยิ้มบาง ๆ “กลับมาแล้วค่ะ อยู่ในห้องคุณย่า”
ชายหนุ่มนิ่งไป
“...อืม” เขาหันหลังเดินจากไป
